หนึ่งวัน { สามย่าน } มิตรใหม่ของเมือง ชมศิลปะ ชิมอาหาร เพิ่มการเรียนรู้

จำครั้งสุดท้ายที่ไปเดินสามย่านแบบจริงจังไม่ได้แล้ว ภาพจำในหัวของสามย่านก็คือ ตลาดสามย่าน ร้านอาหารห้องแถว ร้านถ่ายรูปด่วน ร้านซีร็อกซ์ (บ่งบอกอายุมาก...) ร้านห่อปกเข้าเล่ม ตลาดสวนหลวง แล้วก็แหล่งขายอะไหล่รถ วันก่อนไปทำธุระละแวกนั้นแล้วเวลาเหลือ จำได้ว่าคุณเพื่อนส่งรูปมายั่วว่าที่สามย่านมีงาน Graffiti จากหลายศิลปินอยู่ที่โครงการ "สามย่านมิตรทาวน์" และแถวๆ นั้นก็มีรูปใหญ่ขนาดตึกสองชั้นด้วย นี่ก็ยั่วขึ้น ตกลงกันดิบดีว่าจะไปเดินถ่ายรูปกันเก๋ๆ เหมือนตอนไปงาน Bukruk บางรัก แต่สุดท้ายก็โดนเท เพราะนางติดงานก็เลยตัดสินใจว่า เอาฟระ ไหนๆ ก็อยู่แถวนั้นแล้ว ไปคนเดียวก็ได้ ปรากฎว่า... ไปไม่ถึง 55555

ด้วยนิสัยเสียเดิมๆ ก็ไม่ได้ทำ research งัย เพื่อนบอกว่าสามย่าน ก็มโนจากครั้งล่าสุดที่ไป แล้วก็คิดเอาเองว่าโครงการมันน่าจะอยู่ตรงแถวๆ ที่โล่งๆ ตรง I'm Park ก็เลยว่าจะไปเริ่มจากฝั่งหลังสนามศุภฯ (จริงๆ จะแวะจับปิกะจูก็บอก) ปรากฎว่าได้เจอทีมญี่ปุ่นที่มาซ้อมพอดี ได้แต่กรีดร้องที่เอามาแต่เลนส์ไวด์ แต่แค่เห็นไกลๆ ก็ดีใจแล้ว ถึงวันนี้จะฟาลว์ไปไม่ถึง Graffiti แต่ก็ได้เห็นงานญี่ปุ่นดีๆ ก็เรียกว่าไม่เสียเที่ยวซะทีเดียว //เอาที่สบายใจเลยคร่ะ

กลับบ้านมารวบรวมสติใหม่ คราวนี้ทำการบ้านอย่างดี ไม่มโนแล้ว จึงได้พบว่า โครงการสามย่านมิตรทาวน์ที่จะไปดูภาพ Graffiti นั้นอยู่ตรงมุมตลาดสามย่านเดิมฝั่งถนนพระรามสี่! งัยล่ะ คนละทิศเลย ถ้าเดินจากสนามศุภฯ สงสัยมาถึงมือสั่น ขาสั่น ถ่ายรูปไม่ไหวเป็นแน่ แถมล่าสุดได้ข่าวว่า TCDC ไปเปิดสาขาตรงคอนโดแถวนั้นด้วย โอเค เราจะไปตะลุยย่านสามย่านกัน (แปลกๆ เนอะ ย่านสามย่าน)

คราวนี้ไปเริ่มต้นอย่างถูกต้องที่สถานี MRT สามย่าน ซึ่งสามารถแวะทำบุญโลงศพที่วัดหัวลำโพงได้ด้วย และเดี๋ยวนี้เค้าจัดระเบียบทางเท้าแล้วด้วย ดีงามมากๆ ตอนรอข้ามทางม้าลายตรงแยกจามจุรีสแควร์เงยหน้าขึ้นมาแบบเฮ้ยยยย สามย่านมันเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วหรอ จำแทบไม่ได้เลย ดูโล่ง ดูใหม่ ดูสะอาด ฝั่งที่เคยเป็นตลาดสามย่านล้อมรั้วโดยรอบเป็นโครงการสามย่านมิตรทาวน์ที่ตั้งใจมานี่แหละ เป็นรั้วโครงการที่ดูสะอาดมากๆ แต่มองไปก็แอบใจหายที่ร้านเก่าๆ ที่เคยเห็นเรียงรายข้างถนนมันไปหมดแล้วเหมือนกัน

เดินข้ามถนนไปด้วยใจระทึก นึกภาพไม่ออกเลยว่าล้อมรั้วโครงการแบบนี้แล้ว Graffiti มันจะยังงัยหรอ พ่นไปบนสังกะสีแบบดั้งเดิมเลยหรือเปล่า พอเดินไปใกล้ๆ ก็เจอผ้าใบป้ายโครงการ แล้วก็เห็นรูปแรก เหยยยยยยย นี่โครงการตั้ง frame ให้เพ้นท์เลยหรอ แอบดีใจเบาๆ เพราะตอนแรกที่ได้ข่าวว่ามีงานเพ้นท์บนรั้วโครงการก็แอบคิดนะ ว่าพอสร้างเสร็จรื้อรั้วก็รื้อทิ้งหรอ คงอดเสียดายไม่ได้ แต่นี่คือทำเฟรมให้จริงจัง ดีใจ แอบหวังเบาๆ ว่าสุดท้ายคงจะถอดเก็บไปโชว์เป็นส่วนนึงของโครงการตอนเสร็จนะ และอีกอย่างที่ดีงามมากๆ คือ... มีคำอธิบายงานด้วย!!!

เวลาไปดูงานศิลปะตามมิวเซียมมันก็จะมีคำอธิบายที่มาที่ไปคอนเสปท์อะไรแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วใช่ป่ะ แต่เวลาเห็น street art มันก็จะมีแต่รูปให้เราไปเดาเอาเองว่าศิลปินคิดอะไร แต่งานนี้ มีคำอธิบายล่ะ!!! ทำให้ดูสนุกมากขึ้น สำหรับสายมโนเช่นเราก็จะดูรูปก่อน ลองจินตนาการว่าเค้าคิดอะไร แล้วค่อยไปดูคำอธิบาย พออ่านแล้วก็จะคิดว่า... แบบนี้ก็ได้หรอ?!?!? ไม่ใช่ละ 555 พออ่านเข้าใจเราก็มาดูรูปอีกที เวลาดูแบบมโนเอง กับรู้ความคิดของศิลปิน มันให้ความรู้สึกที่ต่างกันนะ เพราะงั้น ถึงเราจะถ่ายคำอธิบายมาทั้งหมด แต่ก็จะไม่ลงหรอก ดูรูปมโนกันเองไปก่อน แล้วค่อยไปหาอ่านคำอธิบายเองละกันว่าเดาทางศิลปินถูกมั้ย

อีกอย่างนึงที่ชอบเวลาไปดูงาน street art แบบนี้คือ พอเรายืนดู หรือยืนถ่ายรูป มันจะทำให้พฤติกรรมคนแถวนั้นเปลี่ยนไปด้วย จากคนที่อาจจะเดินผ่านตามปกติ ก็จะหันมาดูว่าเอ๊ะเราทำอะไร ตรงนี้มีอะไร มีทั้งคนที่เดินผ่านไปเฉยๆ หยุดหันมามองงาน มีถอยหลังกลับมาดู รวมทั้งบางคนก็เดินย้อนกลับมาเซลฟี่ด้วยแหละ (นี่ก็แอบดูพฤติกรรมคนเป็นงานอดิเรก) ซึ่งเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ชอบ street art

หลังจากเดินรอบโครงการสามย่านมิตรทาวน์ชม Graffiti ให้จิตใจชุ่มชื่น และร่างกายชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อแล้ว เราก็ไปหาอาหารสมองกันต่อที่ TCDC commons ซึ่งอยู่ตรงคอนโด Ideo ฝั่งตรงข้าม (จริงๆ จะไปตากแอร์ก็บอก 555) เพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2016 ที่ผ่านมา TCDC อยู่ชั้น 3 จะเดินขึ้นบันได หรือขึ้นลิฟท์ก็ได้ ปิดวันจันทร์ เวลาทำการ 10.30 - 21.00 น. สามารถใช้บัตร TCDC เดิมของเอมโพเรียมเข้าไปใช้บริการได้ แถมตอนนี้ด้านหน้ามีนิทรรศการ "What do you see in commons" เป็นงานออกแบบโปสเตอร์ในขนาดที่เท่ากันผ่านมุมมองของนักออกแบบในแบบต่างๆ กัน ให้ชมฟรีด้วยล่ะ 

ส่วนตัวชอบ TCDC commons อันนี้มากกว่าอันเอมโพเรี่ยมนะ อาจจะเพราะมันมีขนาดที่เล็กลง เลยดูเข้าถึงการใช้งานต่างๆ ได้ง่าย โดยยังมีฟังก์ชั่นต่างๆ ครบ ทั้งห้องประชุมขนาดต่างๆ โต๊ะ workshop เครื่องถ่ายเอกสาร (ไม่เรียกเครื่องซีร็อกซ์ละ อาย 555) มีคอมให้สำหรับสแกน มีมุมนิทรรศการหมุนเวียนเล็กๆ มีมุมของให้ทดลองใช้ทำลองสัมผัส มี material showcase เล็กๆ หมุนเวียน แต่ แต่ แต่ ที่สำคัญที่ชอบที่สุดคือมีที่นั่งหลากหลายรูปแบบมากๆ มันแจ่มตรงนี้

มีที่นั่งแบบนั่งโต๊ะห้องสมุดทั่วไป นั่งชิวๆ เหมือนอยู่ร้านกาแฟ counter bar นั่งมองฟ้ามองถนน ห้องประชุมสำหรับหมู่คณะ โต๊ะเดี่ยวๆ ที่แทรกระหว่างชั้นหนังสือ และที่เด็ดที่สุดคือมีชั้นสองเหนือชั้นหนังสือให้ขึ้นไปนอนอ่านเอกเขนกคนเดียวได้!!! ซึ่งสอบถามทางเจ้าหน้าที่มาแล้วว่า แล้วถ้าขึ้นไปหลับล่ะ จะปลุกไหม เจ้าหน้าที่ขำแล้วบอกว่า ปลุกค่ะ ปลุกตอนสามทุ่มคือตอนปิดนั่นเอง //นี่ไม่ได้ชี้โพรงให้ไปหาที่นอนแต่อย่างใดนะ 555 แถมสาขานี้จะมีของกินเล่น และน้ำดื่ม ไว้บริการด้วย วันที่ไปยังไม่มี เลยไม่ได้ชิม แล้วก็ไม่รู้ว่าราคาประมาณไหนอ่ะนะ

อาหารจิตใจ เช็ค อาหารสมอง เช็ค ได้เวลาออกหาอาหารแบบจริงจัง ไหนๆ ก็มาสามย่านแล้ว ก็ต้องหาอะไรแถวสามย่านชิมสินะ ก็เดินกลับเข้ามาทางสามย่านมิตรทาวน์ เดินลัดเลาะไปด้านหลังจุฬาฯ แอบอิจฉานิสิตยุคนี้ ทำไมคุณภาพชีวิตดี๊ดี ทางเท้าก็ปรับใหม่ใหญ่ขึ้น เดินสบาย พื้นที่ใช้สอยก็ใหม่ มี pocket park เล็กๆ ให้นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ ตลาดสามย่านก็ทำใหม่ โล่ง สะอาดกว่าเดิม แถมมีทางเชื่อมเข้ามหา'ลัยเลยด้วย แต่ที่รู้สึกดีไปกว่านั้นก็เมื่อคนเก่าๆ อย่างเราเห็นร้านเดิมๆ ที่เคยเห็นยังอยู่ในบริเวณนี้ก็รู้สึกอุ่นใจ (เลี่ยงคำว่าแก่สุดริด)

ตอนแรกว่าจะไปหาอะไรแถว I'm Park ก็เดินๆ เลาะไป โอ้ววววว เจอแล้ว Graffiti สองชั้นที่ลืมไปแล้วเมื่อตอนแรก ผ่านไปตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก บรรยากาศกำลังจะดี เดินเข้าไปถ่ายใกล้ๆ เพลงหมอลำขึ้นเลยจ้า 555 พี่ๆ แถวนั้นเค้านั่งเอกเขนกกัน เปิดเครื่องเสียงในรถ ตั้งวงใต้ตึก เคล้าบรรยากาศยามเย็น ดูฉูดฉาดแบบไทยๆ เข้ากับรูปมากๆ อู้วววว ครึ้กครึ้นได้ใจ

ถึง I'm Park เดินวนๆ แล้วไม่รู้จะกินอะไรก็เลยเดินต่อไป ก็ไปถึงที่ๆ ไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อน ชื่อว่า "สวนหลวงสแควร์" นี่คุณภาพชีวิตของเด็กแถวนี้มันจะดีไปหน่อยแล้วนะ!!! เดินเข้าไปงงๆ ว่ามันคืออะไร สรุปได้คร่าวๆ ว่ามันคือศูนย์อาหารแบบ outdoor 555 มีให้เลือกหลายอย่าง ปิ้งย่าง อาหารญี่ปุ่น เกาหลี ไทย สุกี้ ฝรั่ง มีร้านเกมส์กระดานด้วย สุดท้ายตัดสินใจไปลองร้านที่เปิด 24 ชั่วโมง คิดว่าเป็นร้านเกาหลีนะ แต่ก็สั่งข้าวแกงกระหรี่ญี่ปุ่น 555 ซึ่งรสก็บอกไม่ถูก ไม่ใช่ไม่อร่อยนะ นี่กินจนเกลี้ยงจาน แต่มันมีความแปลกแบบบอกไม่ถูก คนไหนชอบชิมแกงกระหรี่แนะนำให้ไปลอง ละถ้าอธิบายได้มาบอกกันด้วยนะ ร้านชื่อ "my cafe express" เปิด 24 ชั่วโมง ส่วนไก่ทอดเผ็ด เผ็ดเลยแหละ ยกธงขาว ณ จุดนี้

ส่วนของหวานได้เล็งไว้แล้วว่าร้านนี้แหละ หน้าตาดูญี่ปุ่นเกียวโตมากๆ แถมติดป้ายว่านำเข้าจากญี่ปุ่นตรง นี่ก็แพ้ขนมหน้าตาดี โอเคพุ่งเข้าไป ดูญี่ปุ่นมากกว่าที่คิดไว้ โชคดีวันที่ไปเจอคุณลุงเจ้าของร้าน คุณลุงบอกว่าร้านแรกอยู่ตรง J-Park ศรีราชา ของทุกอย่างนำเข้าจากญี่ปุ่นหมด แต่ชิล แล้วจัดจานใหม่เท่านั้นเอง ของทุกอย่างรวบรวมมาจากร้านขึ้นชื่อของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งจะมีหลายๆ อย่างที่ทำจากวัตถุดิบตามฤดู ซึ่งถ้าหมดช่วงของก็จะหมด เช่น มันม่วง (ร้องไห้~) พอดีเล็งเห็นว่าชุดซากุระยังมี และคงจะใกล้หมดแล้วเลยสั่งเซตนึง กับชาเขียว น่าจะอุจิฉะ (มั้ง จำไม่ได้จริงๆ ค่ะ)

ยกจานมาคือแบบ อื้อหือออออ งามมาก จานใหญ่อลังถ่ายรูปลำบากทีเดียว ในเซตมีน้ำชาซากุระให้ด้วย คุณลุงอธิบายว่าปกติจะไม่มีขาย เพราะถือเป็นเครื่องดื่มสำหรับงานมงคลเท่านั้น ซึ่งรสจะเค็มประแล่มๆ หน่อย แต่เราคงลิ้นไม่ถึงชิมแล้วรู้สึกละม้ายคล้ายน้ำเกลือที่มีกลิ่นซากุระนิดหน่อย TAT ส่วนชาเขียว เราเป็นคนที่ไม่ชอบชาเขียวเป็นทุนเดิม คุณลุงคะยั้นคะยอให้ชิมบอกว่านี่ของดีนะ ชิมๆ สุดท้ายก็ชิม เออ ไม่แย่นะ เข้มข้น แต่ไม่ฝาดคอ ไม่รู้สึกเป็นผงๆ แล้วก็ไม่ขมมากอย่างที่คิด คนที่ชอบชาเขียวน่าจะชอบล่ะ แต่เราก็ขอบายอยู่ดี ขนลุก 555 ส่วนขนมอร่อย รสไม่จัด นุ่มๆ ละมุนสไตล์ญี่ปุ่น ใครชอบขนมรสจัดอาจจะไม่ชอบ อ่อ ลืมชื่อร้าน ร้านชื่อ "Wabi Cha"

จริงๆ สามย่านก็ใหญ่มากนะ (เพิ่งรู้หรอ) ถ้าเป็นแต่ก่อนคงไม่เดินได้ทั่วขนาดนี้ ดีใจที่เห็นสามย่านมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ขอบคุณโครงการสามย่านมิตรทาวน์ด้วย เผื่อว่าจะเป็นการสร้างมิติใหม่ของการล้อมรั้วโครงการอื่นๆ ต่อไป และ ขอบคุณ TCDC ที่เริ่มกระจายศูนย์ให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงจากที่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น หวังว่าจะเห็นสาขาย่อยเล็กๆ แบบนี้กระจายตัวออกไปเรื่อยๆ เผื่อจะมาถึงแถวบ้านบ้าง 5555

ปิดทริป เหนื่อย และอิ่มจนแทบกลิ้งกลับบ้านได้

แถมท้าย จับเจ้านี่ได้ที่ตลาดสามย่านล่ะ ตัวแรกที่จับได้เลย ดีใจ ดีใจ