เมื่อฉันเป็นนักชิม... ผี

ฉากเริ่มที่บ้านหลังนึง น่าแปลกที่คราวนี้ไม่ได้ฝันที่บ้านหลังเดิม ( ปกติจะมีบ้านที่กลับไปในฝันบ่อยๆ ) ก็ทำอาหารกรุบกริบอยู่ในบ้าน พอมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นคนนึงวิ่งมา เหมือนหนีอะไรมา แต่มองไม่ชัด คือเหมือนเค้าตัวลางๆ เส้นขอบเลือนๆ แสงเงาต่ำ contrast ต่ำว่างั้นเถอะ เห็นว่าแปลกดีเลยวิ่งออกไปดู 

 วิ่งไปถึงตัว เค้าก็ร้องขอให้ช่วย เราก็งง ช่วยจากอะไร แล้วเค้าก็ทำท่าแปลกๆ ร้องครวญครางเหมือนโดนทำอะไร แล้วก็ขดตัวงอพร้อมร้องโอดครวญเหมือนโดนเตะ โมเม้นท์นั้นคืองงมาก ว่าเค้าเป็นอะไร ปกติหรือเปล่า แล้วสุดท้ายเค้าก็ทำท่าเหมือนจับอะไรที่บีบคอเค้าอยู่ เหมือนมีคนที่เรามองไม่เห็นอยู่ตรงนั้นด้วย

จุดนี้ ตัวเค้าเริ่มเลือนๆ ขึ้นเรื่อยๆ เบลอๆ เหมือนจะหายไป เลยตัดสินใจก่อนที่จะมองไม่เห็นเค้า เอามีดที่ติดมือมา กวาดไปที่อากาศเหนือมือ แล้วเค้าก็เหมือนหลุดออกมายืนตรงเป็นปกติได้ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด คือเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าฟันโดนอะไร แต่ร่างร่างนึงห่างไปทางขวาก็ค่อยๆ ชัดขึ้นมา 

ร่างนั้นเป็นผู้ชายร่างใหญ่ จำไม่ได้ว่าแต่งตัวยังงัย แต่ดูเป็นคนปกติที่โหดๆ หน่อย หน้าตาถมึงทึง จ้องหน้าด้วยความโกรธแล้วก็พุ่งเข้ามาบอกว่า ดี งั้นเป็นเธอแทน! แล้วก็พุ่งหายไป ?!?!

ทั้งหมดเกิดเร็วมาก งงว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น เลยหันไปหาผู้ชายตัวเลือนๆ เค้าก็อธิบายให้ฟังว่า มันเป็นเหมือนคำสาป ที่ทุกครั้งที่กินตัวจะจางลงเรื่อยๆ เมื่อถึงวันที่จะกินอีกมื้อเดียวแล้วหายไป ผู้ชายร่างใหญ่จะปรากฎตัวมาฆ่าให้ตายก่อนหายไป ซึ่งคนไม่โดนสาปจะมองไม่เห็น  และตอนนี้ เราก็โดนคำสาปนั้นแล้ว

เดี๋ยวนะ นี่มันอะไรกัน  แล้วจะทำยังงัย ผู้ชายเลือนๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังงัย หลังจากโดนคำสาป สิ่งที่ได้มาด้วยคือลิ้นเทพที่สามารถแยกแยะอาหาร วิจารณ์ได้เยี่ยมยอด และกินอาหารปกติแทบไม่ได้ ผลคือได้รับเชิญไปกินตามที่ต่างๆ ทั้งในและนิกประเทศ ซึ่งจริงๆ พยายามที่จะไม่กิน เพราะยิ่งกินตัวก็ยิ่งเบลอ แต่ไม่กินข้าวเลยก็อยู่ไม่ได้ 

หลังจากวันที่โดนสาป ก็ไม่เจอชายร่างใหญ่อีก แต่ในโลกแปลกๆ นี้ คงมีการเอาไปลือกัน ทำให้ที่บ้านเริ่มเต็มไปด้วยมนุษย์ร่างเลือนๆ เยอะขึ้น เหมือนบอกกันว่าอินี่เคยเอามีดฟันชายร่างใหญ่ เลยแห่กันมาเรื่อยๆ

คนอื่นที่อยู่ในบ้านก็ไม่เห็นหรอก เพราะมนุษย์พวกนี้ตัวลางมาก แต่ก็ยังสัมผัสได้ตามปกติ  เลยเกิดการชนสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่เนืองๆ การมาของมนุษย์ร่างเลือนทำให้ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น สามารถไหว้วานให้ช่วยทำโน่นนี่ได้ ปิดหน้าต่างตอนฝนตก หรือยกนู่นนี่ที่หนักๆ เพราะบางคนที่มานี่หุ่นเหมือนนักเพาะกาย

ระหว่างนั้น ในหัวก็คิดหาวิธีที่จะทำให้รอด คือเราก็ไม่สามารถหยุดการเลือนของตัวเองได้ ผ่านไประยะนึงคนในบ้านก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ สุดท้ายก็ต้องเล่าให้ฟัง และดีใจมากที่ทุกคนเชื่อ ( แต่ก็เพราะตัวเลือนระดับนึงละ ) แต่ทุกคนก็ยังไม่เห็นมนุษย์เลือนคนอื่นๆ ในบ้าน อาจจะเพราะไม่ได้ใส่ใจ

ช่วงโค้งสุดท้าย ตัวเลือนจนไม่สามารถออกไปไหนได้แล้ว เลยมานั่งวางแผนกันว่า ถ้าชายร่างใหญ่มาจะทำยังงัย ตอนนี้คนในบ้านพยายาม focus ในการมองเห็นเรามากๆ เพราะถ้าเผลอเราก็จะเลือนๆ หายไปเหมือนกัน เอาเป็นว่า ถ้ายังมองเห็นก็จะได้ช่วยเหลือขั้นต้นได้ แผนอื่นไม่มี เพราะไม่มีใครรู้อะไรเลย  ในใจก็คอยระแวงว่าจะมาวันนี้มั้ยนะ วันนี้มั้ยนะ เครียดมาก อาหารก็ต้องการน้อยลง เหมือนว่ายิ่งเลือนยิ่งไม่ต้องกินข้าว

จนวันที่มองตัวเองแทบไม่เห็น เขาก็มา ชายร่างใหญ่พุ่งตรงมาที่เรา เตะแล้วก็ต่อยจนเราลงไปงออยู่กับพื้น คนที่บ้านก็วิ่งมาพยายามจะช่วย แต่มองไม่เห็นก็ไม่รู้จะทำยังงัย มนุษย์ร่างเลือนก็พยายามจะบอก แต่ก็มองกันไม่เห็น เราก็พยายามต่อต้าน พยายามจะจับตัวให้ทุกคนเห็นว่าอยู่ตรงไหน ทุกคนก็พยายามเอาอาวุธ ( ก็ของที่หาได้ในบ้านนี่แหละ ) เหวี่ยงๆ แกว่งตรงจุดที่คิดว่าเค้าอยู่

ก็ทำแบบนี้กันระยะเวลาหนึ่ง ในใจก็คิดว่าต้องเป็นอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าชายร่างใหญ่เนี่ยต้องมาฆ่าช่วงสุดท้ายก่อนร่างจะหายไป น่าจะแปลว่าถ้าหายไปเลยก็จะตามหาเราไม่เจอ 

จังหวะที่คิดแบบนั้นแล้ววิ่งไปหยิบอาหารมื้อสุดท้ายมาเหมือนเป็นจังหวะสโลว์โมชั่น หันไปมองหน้าที่บ้านที่ทุกคนทำหน้าเหมือนยอมรับชะตากรรมที่เราน่าจะหนีจากการโดนชายร่างใหญ่ฆ่า แต่อาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว หน้ามนุษย์เลือนที่เหมือนรอลุ้นผล และหน้าชายร่างใหญ่ที่ตะโกนก้องแล้วเหมือนพุ่งเข้ามาห้าม

 เราก็กินอาหารนั่นเข้าไป...

เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เราเห็นทุกคนอยู่เหมือนเดิม  มนุษย์ร่างเลือนก็อยู่เหมือนเดิม แต่ชายร่างใหญ่ไม่อยู่แล้ว มันได้ผลสินะ คิดในใจ การเลือกที่แลกชีวิตตัวเอง กับความสัมพันธ์ที่เหลือทั้งหมดในชีวิต

ก็ไม่รู้ว่าคุ้มหรือเปล่า แต่มนุษย์ร่างเลือนหลายๆ คนก็ทะยอยกลับบ้าน บอกว่าจะไปร่ำลาคนที่บ้านก่อนจะกินมื้อสุดท้ายเช่นกัน  

หลังจากนั้น เราก็ยังอยู่ในบ้านนะ คนที่บ้านก็พยายามมองหา แต่ส่วนมากก็ไม่เห็น บางทีก็เห็นแว๊บๆ พอให้รู้ว่ายังอยู่ ถึงตอนนี้เราแทบไม่ต้องกินแล้ว และสัมผัสอะไรแทบไม่ได้ แต่ที่ยังอยู่เพราะทุกคนยังรับรู้ และอยากให้เราอยู่  

วันนึงถ้าทุกคนก้าวไปข้างหน้า ก็คงเป็นวันที่เราจะจากไป เพื่อไปแอบชิมอาหารอร่อยๆ ทั่วโลก ก็ตอนนี้ไม่มีใครเห็นแล้วนี่ ชิมไปก็แทบไม่รู้ คิดว่าโดนลมพัดผ่านละกัน ^^ 

 --- จบบริบูรณ์ ---

 

เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ฝันเรื่องยาวจนจบ  อีกเรื่องที่ฝันจบไว้จะมาเขียนเก็บไว้ในโอกาสหน้า แต่ฝันครั้งนี้พอตื่นขึ้นมา ก็ได้แต่คิดว่า เมื่อคืนเรากินอะไรเข้าไปบ้าง ฝันขนาดนี้ 555